Column K.Chui for คุณฉุยคุยเอง Bizweek นสพ.กรุงเทพธุรกิจ สำหรับวันอาทิตย์ที่ 22-10– 2560

หุ้นเด่นที่ควรทำการบ้านสัปดาห์นี้ BGRIM COM7 ESSO BIG TKN

   1. 2สัปดาห์ที่ผ่านมา (วันอาทิตย์ที่ 8/10/2560) อาจารย์ฉุยได้วิเคราะห์ถึง หุ้นเด่นที่ควรทำการบ้าน BGRIM ESSO EA PRM PTG ซึ่งแต่ละตัวได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องก่อน ดัชนีหุ้นไทยที่ได้ปรับตัวขึ้นไปแตะจุดสูงสุด 1,729.68 จุด  ก่อนที่จะมีแรงเทขายลงมาอย่างรุนแรงจนดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลงต่ำกว่า 1,700 จุดลงมา (ปิดวันพฤหัสบดีที่ 19/10/60 ที่ 1,683.43 จุด) ปริมาณการซื้อขายสูงถึง 79,698 ล้านบาท/วัน โดยหุ้นที่โดนแรงเทขายลงมาอย่างรุนแรงหนีไม่พ้นหุ้นขนาดใหญ่ (Big Market Cap.) ไม่ว่าจะเป็น PTT PTTEP AOT PTTGC KBANK IVL BANPU KTB ADVANC CPF BDMS เป็นต้น และดัชนีจะฟื้นตัวกลับไปยืนเหนือ 1,700 จุด ได้หรือไม่ มาติดตามกันต่อไป, สำหรับสัปดาห์นี้ เรามาหาหุ้นทำการบ้านเพิ่มเติมก่อนที่จะลงมือซื้อเข้าพอร์ต ดังนี้ BGRIM ESSO COM7 BIG และ TKN ครับ

 

  1. BGRIM ปัจจัยพื้นฐานคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ที่แล้ว คือ ผลการดำเนินงาน 2Q60 NP = 420.906 ลบ., EPS = 0.22 เทียบกับ 2Q59 NP 422.549 ลบ., EPS 0.31 บาท/หุ้น และ งวด 6 เดือน 6M60 NP =1,099.937 ลบ., EPS 0.58 บาท/หุ้น เทียบกับ 6M59 NP = 1,018 ลบ., EPS = 0.95 บาท/หุ้น, ถ้าประมาณการหยาบๆ ว่า BGRIM น่าจะมีผลการดำเนินงานปี 2560 NP น่าจะประมาณ 2,000 – 2,400 ล้านบาท และ EPS60F = 1 – 1.3 บาท/หุ้น ถ้าให้ค่า P/E ratio อย่างหยาบๆที่ 20 – 25 เท่า  ราคาประมาณการน่าจะได้กรอบที่ 20 – 26 – 32.50 บาท, BGRIM เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าแบบ SPP ใหญ่อันดับ 2 ของประเทศไทยที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาและดำเนินโครงการโรงไฟฟ้า  คาดว่าบริษัทจะสามารถสร้างการเติบโตของกำไรปกติได้สูงถึง 30 - 35% ในช่วงปี 2560-2562  สูงกว่าค่าเฉลี่ยของรายใหญ่อื่นๆที่มีการเติบโตเพียง 7 - 10% ในช่วงเวลาเดียวกัน BGRIM ได้เสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO)  จำนวน 651.80 ล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 2 บาท ที่ราคา IPO หุ้นละ 16 บาท และมีจำนวนหุ้นสำหรับการจัดสรรส่วนเกิน 65.10 ล้านหุ้น (Greenshoe Option) ได้ทำการซื้อหุ้นคืนเรียบร้อยแล้ว, โดยบริษัทสามารถระดมเงินทุนครั้งนี้ได้ราว 1.15 หมื่นล้านบาท BGRIM บริหารจัดการโรงไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและการ Refininace เงินกู้ให้มีค่าใช้จ่ายลดลง  มีกระแสเงินสดที่ดีต่อเนื่อง และเงินที่ได้จากการทำ IPO บริษัทสามารถลงทุนเพิ่มในโครงการใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตเนื่องระยะยาว, BGRIM  ต้องเตรียมเงินลงทุนราว 1 แสนล้านบาท เพื่อรองรับแผนการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าเป็น 5,000 เมกะวัตต์ (MW) ภายใน 5 ปี, ปัจจุบัน BGRIM ลงทุนใน โครงการโรงไฟฟ้าจำนวนทั้งสิ้น 44 โครงการ มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 2,482 เมกะวัตต์โดยมีโครงการโรงไฟฟ้าที่เปิด ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วรวม 30 โครงการ มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 1,646 MW และมีโครงการโรงไฟฟ้าที่ อยู่ระหว่างการก่อสร้างและอยู่ระหว่างการพัฒนา 14 โครงการ มีกำลังการผลิตติตตั้งรวม 836 MW., กราฟเทคนิค BGRIM เป็นสัญญาณบันไดขาขึ้น เกิดสัญญาณซื้อที่ชัดเจน ราคาหุ้นมีการพักฐานและสร้างจุดต่ำสุดยกสูงขึ้นและสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้ต่อเนื่อง จากการลากเส้นแนวโน้มขาขึ้น (Up trend line channel) โดยกำหนดจุดต่ำสุดL1 = 17.40 ผ่าน L2 = 21.50 แล้วลากเส้นคู่ขนาน จะได้แนวต้านบริเวณ 26.50 – 27, 30 บาท โดยประมาณ หากราคาหุ้นขึ้นไปถึงแนวต้านดังกล่าวในระยะเวลาอันสั้น ควรขายทำกำไรไปก่อน, แนวรับสำคัญ คือ 25- 24.50 และ 23.50 บาท ตามลำดับ (หากช่วงปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ EMA 25 วัน = 23.50 บาท ถือว่า ราคาหุ้นยังเป็นขาขึ้นอยู่)
  2. ESSO ในช่วงที่เดือน ก.ย. 60ที่ผ่านมา Supply น้ำมันสำเร็จรูปที่หายไป หลังเกิดพายุเฮอริเคน Harvey บริเวณอ่าวเม็กซิโก ทำให้โรงกลั่นหลายโรงในรัฐเท็กซัสต้องปิดตัวลงชั่วคราว ทำให้ค่าการกลั่นที่ในช่วงเดือนก.ย. 60 ได้ปรับตัวขึ้น แตะระดับ 10-11 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่ปัจจุบันค่าการกลั่นเริ่มชะลอลงอยู่ในระดับ 7 - 8 ดอลลาร์/บาร์เรล จากอุปทานน้ำมันสำเร็จรูปในสหรัฐที่ทยอยกลับมา และ ตัวเลขสต๊อกน้ำมันเบนซินสหรัฐที่เพิ่มขึ้น (เป็นลบต่อโรงกลั่น TOP, SPRC, BCP, IRPC, PTTGC, ESSO), ESSO รายงานขาดทุนสุทธิ 2Q17 ที่ 263 ลบ. (กำไรต่อหุ้น 0.08 บาท/หุ้น) หากไม่รวมผลขาดทุนจากสต๊อกคงค้าง  กำไรปกติของบริษัทฯ จะอยู่ที่ราว 700 ลบ. (กำไรต่อหุ้น 0.2 บาทต่อหุ้น) ลดลง 43% y-y และมากกว่า 50% q-q เนื่องจากการปิดบางหน่วยที่บริษัทฯ ได้แจ้งไว้ก่อนหน้านี้ กำไรปกติต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาด ส่วนใหญ่เป็นผลจากผลการดำเนินงานของธุรกิจปิโตรเคมีที่อ่อนแอ, คาดว่าผลการดำเนินงานจะมีแนวโน้มที่แข็งแกร่งใน 2H17 จากค่าการกลั่นอยู่ในระดับที่สูง (7 – 10 ดอลลาร์/บาร์เรล), และ โดยที่โรงกลั่นกลับมาดำเนินงานปกติทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตในระดับปกติ (ช่วงนี้ไม่มีการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นเพิ่ม), ราคาหุ้นได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว, กราฟเทคนิค ESSO เป็นกราฟขาขึ้นที่ดี โดยปรับตัวขึ้นไปจนสามารถทะลุแนวต้านจุดสูงสุดเดิม 14 – 14.10 บาท จนกลายเป็นแนวรับและกลายเป็นขาขึ้นใหญ่อีกครั้ง แนวรับ 15 – 15.20, 14.70 บาท ตามลำดับ, แนวต้าน 16.50, 17, 17.50, 18 และแนวต้านใหญ่ 18.50 บาท ตามลำดับ (สัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยปรับฐานรุนแรง แต่แรงซื้อของ ESSO ยังคงหนาแน่นและทำราคาปิดได้ค่อนข้างดี ราคาปิด (Closed 19/10/60) ที่ 15.70 บาท, High 16.10, Low = 15.20
  3. COM7 ข่าวที่ภาคเอกชนเตรียมเสนอรัฐบาลในวันที่ 16 ต.ค.60 จัดมาตรการ"ช็อปช่วยชาติ" หวังคนชั้นกลางกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ จะมีหรือเปล่า, หากมีมาตรการ"ช็อปช่วยชาติจะทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจเติบโตต่อเนื่อง และจะทำให้การบริโภคในประเทศฟื้นตัวช่วงปลายปี จะเป็น ผลบวกต่อหุ้นในกลุ่มค้าปลีกมากขึ้น, รอดูทิศทางยอดขายขอ iPhone 8 และ iPhone X ว่าจะทำให้ยอดขายดีขึ้นหรือไม่อย่างไร, โดยคาดว่า ธุรกิจขายสมาร์ทโฟนของ COM7 และสองแหล่งรายได้ใหม่จากตลาดไอทีเพื่อการพาณิชย์และการศึกษา และการเข้าซื้อหุ้น 30% ใน BAF (ประเทศไทย) ประกอบธุรกิจให้เช่ารถจักรยานยนต์ การขาย Mitsui Group ช่วยปลดล็อกพอร์ตสินเชื่อของ BAF ไม่ให้เน้นเฉพาะรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า (คู่ค้าของ Mitsui)  จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้น,  นักวิเคราะห์คาดว่า รายได้COM7 ปีนี้จะเติบโตเพิ่มขึ้นและคาดว่า กำไรจะโต 5-9% ในปี 2017-19F, กราฟเทคนิค เป็นบันไดขาขึ้น แต่ราคาปรับขึ้นไปชนแนวต้านทางเส้นแนวโน้ม (Trend Line) ก่อนจะโดนขายปรับลงมา กรอบราคาตอนนี้ อยู่ในกรอบ 13.70 – 15.30 หากผ่านกรอบนี้ขึ้นไปได้ ค่อยไปมองแนวต้าน ใหญ่ 16.50 – 17.00 บาท
  4. BIG ผลการดำเนินงาน 1H60 อ่อนแอตามทำให้มีแรงเทขายหุ้นลงมาและผู้บริหารโดนกล่าวโทษจากสำนักงาน ก.ล.ต., คาดว่าผลการดำเนินงาน 2H60 จะพลิกกลับมาสดใส, ผู้บริหารคาดว่าอัตราการเติบโตรายได้ปีนี้เป็น 10-15% เพราะเหตุแผ่นดินไหวญี่ปุ่นทำให้สินค้าใหม่ออกมาล่าช้าและอยู่ในช่วงไว้อาลัยในหลวงร. 9, BIG มีส่วนแบ่งการตลาดกล้องสูงสุดที่ 55-60%, เจ้าของแบรนด์กล้องจะมีการโหมโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อช่วงปลายปี, ทั้งผลประกอบการที่ลดต่ำลงและราคาหุ้นได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว (คาดว่า จะไม่มีการตั้งสำรองสินค้าล้าสมัยเหมือนไตรมาส 2/60), กราฟเทคนิค หลังจากราคา BIG ปรับตัวลงมาที่จุดต่ำสุด 2.96 บาท (16/08/60) แล้วราคาหุ้นได้เริ่มทำเป็นบันไดขาขึ้นคือ มีจุดต่ำและจุดสูงสุดสูงขึ้น, เกิดสัญญาณ Bullish Convergence คือ ราคาหุ้นและ Indicators (MACD, 14RSI, Slow Stochastic) มีจุดต่ำและจุดสูงสุดยกสูงขึ้นเช่นเดียวกัน, เกิด Golden Cross รอบที่2 แบบกระจุกตัว, ราคาหุ้นกำลังพยายามให้ยืนเหนือ EMA 75 วัน ที่ 3.82 และแนวต้านใหญ่ (EMA 200 วัน ที่ 4.20 บาท) หากสามารถผ่านแนวต้านใหญ่ 4.20 บาทได้จะเริ่มกลายเป็นขาขึ้นทันที, กรอบของราคาหุ้นในกรอบ Up Trend Channel คือ 3.40 – 4.20 บาท, ระยะสั้นหากราคาไม่หลุดต่ำกว่า 3.66 – 3.74 บาท ซื้อเพิ่มบางส่วน แนวรับสุดท้าย 3.40 – 3.50 บาท ถ้าต่ำกว่านี้ เกมส์เปลี่ยนเป็นขาลงครับ
  5. TKN คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 2H17 – 1Q18, เพราะครึ่งปีหลังมักจะเป็น High Season ของการส่งออก (โดยเฉพาะตลาดจีน),นักท่องเที่ยวอิสระชาวจีน (ทดแทนกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบทัวร์) เริ่มกลับมา เริ่มเห็นการฟื้นตัวของตลาดในประเทศตั้งแต่ 2Q17, เริ่มเห็นการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น, ใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่สูงขึ้น และหมดปัญหาเรื่องแรงงานต่างด้าว, เริ่มใช้สิทธิทางภาษี BOI (จากโรงงานใหม่), ทิศทางของผลประกอบการและราคาหุ้น น่าจะผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว หลังจากมีจุดต่ำสุดที่ 18.10 บาท หลังจากนั้น TKN เริ่มเกิด Bullish Convergence คือ ราคาหุ้นและ Indicators (MACD, 14RSI, Slow Stochastic) มีจุดต่ำและจุดสูงสุดยกสูงขึ้นเช่นเดียวกัน, เกิด Golden Cross รอบที่2และ 3  แบบกระจุกตัว, ราคาหุ้นยืนเหนือ EMA 5, 10, 25, 75 และ 200 วันได้ ถือว่า เริ่มเข้าสู่ทิศทางขาขึ้น ดังนี้น หากราคาหุ้นมีการปรับตัวลดลงมาแล้วไม่หลุดแนวรับ 22.8 – 23.5 บาท ทยอยหาจังหวะเข้าซื้อเพื่อลงทุน หากราคาต่ำกว่า 22.80 – 23 บาท ค่อยทำการตัดขายขาดทุน
  6. ขอให้ทุกๆท่าน โชคดี มีกำไร ปลอดภัยในการลงทุน อย่าลืม หาซื้อ หนังสือ “รวยหุ้น 10 เด้ง” ที่ อ. ฉุย เขียนขึ้น ได้รวบรวมประสบการณ์ทั้ง ส่วนตัวและแนวคิดของเซียนหุ้นพันล้าน หมื่นล้านทั้งไทยและต่างประเทศ มารวมไว้ในเล่มเดียวกันแล้ว โดยใช้ระบบ CAN SLIM ช่วยในการวิเคราะห์ เป็นกรณีตัวอย่าง ว่า เซียนหุ้นพันล้าน หมื่นล้าน เขาคิดอย่างไร บริหารพอร์ตอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ หนังสือที่มีขายกันในท้องตลาดไทย ส่วนใหญ่จะมีแต่ทฤษฎี แต่ไม่ค่อยมี กรณีตัวอย่าง Case Study ให้เราได้ศึกษา ครับ, เล่มหน้า ที่จะวิเคราะห์แบบกราฟเทคนิค + พื้นฐาน คงต้องรอซักระยะครับ ตอนนี้ อ่าน หนังสือ “รวยหุ้น 10 เด้ง”  ไปก่อนครับ  

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google BookmarksSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn

SET.or.th - Թ

Your Investment Resource in Thailand's Capital Market

หลักสูตรไต่บันไดเซียนหุ้น

อัตราแลกเปลี่ยน

ดัชนีหุ้น

ราคาน้ำมัน

พยากรณ์อากาศ

RSS หนังสือพิมพ์ธรุกิจ

The Krungthepturakij web site : bangkokbiznews - finance

The Krungthepturakij web site : bangkokbiznews - finance