Column K.Chui for คุณฉุยคุยเอง Bizweek นสพ.กรุงเทพธุรกิจ สำหรับวันอาทิตย์ที่ 24-09– 2560

ติดตามหุ้นเด่นๆ

 

  1. 1.      ดาวโจนส์เดินหน้าทำ All time high ติดต่อกันเป็นวันที่ 7 ปิดที่ 22,412.59 จุด เพิ่มขึ้น 41.79 จุด หรือ +0.19% หลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินการธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) มีมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 1.00-1.25% เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์พร้อมกับส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหนึ่งครั้งในปีนี้และเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการปรับลดงบดุล ในการประชุมเมื่อ20 ก.ย. 2560 ขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะมีขึ้นในการประชุมเดือนธ.ค. 60 นี้, ดัชนีดาวโจนส์ยังไม่เจอปัจจัยลบหนักๆ จึงปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
  2. 2.      สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนวันพุธที่ 20 ก.ย. 60หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันเบนซินร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 22 เดือน, สัญญาน้ำมันดิบยังได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่า กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันอาจจะขยายระยะเวลาในการปรับลดกำลังการผลิต เพื่อแก้ไขภาวะน้ำมันล้นตลาด, ราคาน้ำมันดิบ WTI ได้เหวี่ยงตัวกลับขึ้นมาจากบริเวณ แถวๆ 46 ดอลลาร์/บาร์เรล ถ้าหากสามารถยืนเหนือ 49.50 – 50.50 ดอลลาร์/บาร์เรลได้ มีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นต่อเนื่องได้, โดยมีแนวต้านที่ 52, 54 ดอลลาร์/บาร์เรล  
  3. 3.      ค่าเงินบาทเริ่มเหวี่ยงตัวกลับ (เริ่มจะกลับตัวเป็นขาขึ้น = ค่าเงินบาทเริ่มอ่อนค่า) หลังจากที่แข็งค่าสุดบริเวณ 33 บาท/ดอลลาร์ หมาหลายวัน แนวต้านสำคัญตอนนี้ คือ 33.2 – 33.30 บาท/ดอลลาร์และแนวต้านใหญ่ที่ 33.360 บาท/ดอลลาร์ หากทะลุแนวต้านนี้ได้ ต้องระวังว่า เงินทุนต่างชาติจะไหลออกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลเสียต่อตลาดหุ้นไทยเราทันทีเพราะตั้งแต่ต่างชาติได้เข้ามาซื้อหุ้นไทยขนาดใหญ่ทำให้ SET Index สามารถทะลุแนวต้านสำคัญ 1,650 จุด ที่หลายปีที่ผ่านมายังไม่เคยทะลุผ่านไปได้ ตอนนี้ คงต้องมาลุ้นแนวต้านทีละส่วนๆ คือ 1,700, 1,750 และ 1,800 จุด ตามลำดับ
  4. 4.      ปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบช่วงนี้ ให้นักลงทุนสังเกตว่าจะมีข่าวร้ายแบบหนักๆ หรือเหตุการณ์ช็อคโลกอะไรอื่นหรือไม่ หากไม่มี คาดว่าดัชนีหุ้นไทยก็น่าจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องได้ เพราะดัชนีหุ้นไทย Sideway ออกด้านข้างมาหลายเดือนแล้ว และช่วงนี้ เข้าสู่ช่วงเทศกาลปลายปี บริษัทห้างร้านต่างๆจะเริ่มโหมกระหน่ำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายปลายปี, มีเงินลงทุนจากกองทุน LTF RMF เพื่อทยอยซื้อเพื่อนำไป Credit ภาษีคืนได้, ดัชนีหุ้นไทยหลังผ่าน 1,590 – 1,600 จุดขึ้นมาได้ กลายเป็นสัญญาณซื้อขึ้นมาและ Most Active ส่วนใหญ่ จะอยู่ในหุ้นขนาดใหญ่ (Big Market Capitalization) และต่างชาติซื้อสุทธิเป็นปัจจัยบวก, หากดัชนีสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,1.590 – 1,600, และ 1,650 จุด ตามลำดับ กลยุทธ์ สำหรับนักลงทุนที่มีต้นทุนต่ำ หากไม่หลุดแนวรับสำคัญๆดังกล่าว เราอาจจะต้องถือหุ้นเพื่อระยะกลาง – ยาว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องระวังการปรับฐานใหญ่ไวด้วยเช่นกัน, หุ้นเด่นๆ ช่วงนี้  เช่น CBG UV GGC SPRC  SPRC  BCPG  PRM ลองเลือกหุ้นมาทำการบ้านก่อนลงสนามจริงนะครับ
  5. 5.      CBG สัปดาห์ที่แล้ว เราได้พูดคุยกันถึง CBG EPG GGC JAS ผลปรากฏว่า CBG GGC ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น  ส่วนEPG JAS มีการปรับฐานลงมาก่อน,  CBG กัน โดยที่ XD (24/08/60 = 0.35 บาทไปแล้ว) ได้เงินปันผลฟรีไปแล้ว, ผลการดำเนินงาน ครึ่งปีแรก 1H60 NP = 647.37 ล้านบาทและ EPS 1H60 = 0.65 บาท/หุ้น เทียบกับ 1H59 = 768.756 ล้านบาทและ EPS 1H59 = 0.77 บาท/หุ้น ลดลง และได้ซึมซับข่าวร้ายต่างๆ ไว้เกือบหมดแล้ว, นักวิเคราะห์คาดว่า ผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรก ที่ประกาศออกมา แค่ 36 – 40% คงผลการดำเนินงานทั้งปี อีก ประมาณ 60% จะโชว์ผลงานใน ครึ่งปีหลัง ดังนั้น คาดว่า ผลการดำเนินจะสนับสนุนให้ราคา CBG ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นบันไดขาขึ้นได้ (สร้างจุดสูงสุดใหม่และ จุดต่ำน่าจะยกสูงขึ้นต่อเนื่อง), กราฟ CBG มีแนวต้านเส้นแนวโน้มระยะกลาง – ยาว ที่ 73 บาท สามารถตีผ่านขึ้นไปได้ แนวต้านถัดมา 76 – 77 และ 80 – 82, 85 และ 90 – 95 บาท ตามลำดับ, แนวรับช่วงนี้ หาก CBG ปรับตัวลดลงมา และยืนเหนือไม่ต่ำกว่า  70 - 73 บาท หาจังหวะทยอยๆ ซื้อเพื่อการลงทุน ระยะกลาง – ยาว
  1. GGC GGC คาดว่า ผลการดำเนินงานใน 3Q60 ของ GGC จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดกว่า 382% , GGC เป็นผู้นำด้านธุรกิจเคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม ของกลุ่ม PTT, ปัจจุบันรายได้หลักของ GGC มาจาก - Methyl Ester หรือ B100 เป็นส่วนผสมในการผลิตน้ำมันไบโอดีเซล ธุรกิจ B100 ถือว่ามีความมั่นคง ลูกค้า 80% เป็นบริษัทในเครือ PTT ขณะที่ราคาขายกำหนดแบบ cost plus, บริษัทมีผลขาดทุนจาก Stock Loss น้ำมันปาล์มดิบและ น้ำมันในเมล็ดปาล์มดิบสูงถึง 465 ล้านบาท หลังจากนี้ในช่วงที่เหลือของปีจะไม่มีผลกระทบจากปัจจัยดังกล่าวและ Spread ของ Fatty Alcohol โดยที่บริษัท GGC เป็นผู้ผลิตรายเดียวของไทย มีการฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจาก Supply ของ Natural Fatty Alcohol จีนลดลง  โดยที่ Fatty Alcohol เป็นส่วนผสมเพื่อลดแรงตึงผิวของสารชะล้างและทำความสะอาด โดยมองบริษัทมีความได้เปรียบด้านการแข่งขันในธุรกิจ B100 อย่างมาก ลูกค้ากว่า 80% เป็นบริษัทในเครือ PTT ขณะที่ราคาขายผลิตภัณฑ์ถูกกำหนดตามราคาต้นทุนวัตถุดิบ ทำให้ spread ค่อนข้างคงที่ (ถ้าราคาวัตถุดิบไม่ผันผวน)  คาดว่า ธุรกิจ B100 ของ GGC มีความมั่นคง และสามารถสร้างการเติบโตได้ต่อเนื่องตามการขยายกำลังการผลิตและปริมาณการใช้น้ำมันไบโอดีเซล, กราฟเทคนิคสวยงาม หลังจากเกิด Goldem cross ช่วงที่สามารถตีผ่านแนวต้าน 15.20 บาทได้ เกิดเป็นสัญญาณบวกเป็นบันไดขาขึ้น (คือ จุดต่ำยกสูงขึ้นและสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้), แนวรับช่วงนี้ อยู่ที่ 15.70 – 16. บาท หากไม่หลุดต่ำกว่านี้ ถือรอไปซักระยะราคาและปริมาณการซื้อขายสนับสนุน  รอบนี้ หาจังหวะซื้อในช่วงปรับฐานลดลงมาเพื่อ ถือระยะ กลาง – ยาวๆ
  2. ASIAN ครึ่งปีหลังผลประกอบการทั้งรายได้- กำไรน่าจะยังเป็นไปตามเป้า ได้ปัจจัยยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงหนุนเติบโตแข็งแกร่ง และเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจอาหารแช่แข็งและอาหารสัตว์น้ำ โดยครึ่งปีแรกที่ผ่านมาทำรายได้ 4,765 ลบ. เพิ่มขึ้นเกือบ 20% และมีกำไรสุทธิ 200 ลบ. เพิ่มขึ้น 898% จากช่วงเดียวกันปีก่อน มั่นใจทั้งปีทำรายได้แตะ 10,500 ลบ. หรือเติบโต 14% แม้ว่าต้องเผชิญกับปัจจัยลบอย่างการแข็งค่าของเงินบาท ทำให้อัตรากำไรอาจได้รับผลกระทบ, เดินนโยบายป้องกันความเสี่ยง เผยปี 2561 มีแผนเพิ่มไลน์การผลิตสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงเพิ่ม, วางเป้าหมายและกลยุทธ์ในช่วง 3 ปีข้างหน้ารายได้แตะ 1.45 หมื่นลบ. เติบโตเฉลี่ย 10-12% ล่าสุดมติเสนอปันผลเป็นหุ้นในอัตรา 2 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่เอาใจผู้ถือหุ้น เพื่อรับสิทธิปันผลวันที่ 2 ต.ค. 2560 (XD = 28/09/2560), ใกล้ปิดงวดบัญชีไตรมาส 3/60 ราคาหุ้น ASIAN หลังจากทีกระชากขึ้นมาสร้างจุดสูงสุดใหม่ (H1 = 22.20) ถือว่า ช่วงนี้  ASIAN รอข่าวสนับสนุนคือ รอปิดงวดบัญชี ไตรมาส 3/60 ราคาหุ้นจึงออกด้านข้างก่อนที่จะกระชากขึ้นมาสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้อีกครั้ง, ถ้าผลประกอบการไตรมาส 3/60 ลดลงราคาหุ้นน่าจะปรับตัวลดลง ในทางกลับกัน หากASIAN ประกาศผลการดำเนินงานออกมาดีขึ้นต่อเนื่อง ราคาหุ้นน่าจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นทันทีเช่นเดียวกัน, ส่วนหุ้นตัวอื่นๆ หาทำการบ้านเพิ่มเติมครับ CBG UV GGC SPRC  SPRC  BCPG  PRM ลองเลือกหุ้นมาทำการบ้านก่อนลงสนามจริงนะครับ
  3. ขอให้ทุกๆท่าน โชคดี มีกำไร ปลอดภัยในการลงทุน อย่าลืม หาซื้อ หนังสือ “รวยหุ้น 10 เด้ง” ที่ อ. ฉุย เขียนขึ้น ได้รวบรวมประสบการณ์ทั้ง ส่วนตัวและแนวคิดของเซียนหุ้นพันล้าน หมื่นล้านทั้งไทยและต่างประเทศ มารวมไว้ในเล่มเดียวกันแล้ว โดยใช้ระบบ CAN SLIM ช่วยในการวิเคราะห์ เป็นกรณีตัวอย่าง ว่า เซียนหุ้นพันล้าน หมื่นล้าน เขาคิดอย่างไร บริหารพอร์ตอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ หนังสือที่มีขายกันในท้องตลาดไทย ส่วนใหญ่จะมีแต่ทฤษฎี แต่ไม่ค่อยมี กรณีตัวอย่าง Case Study ให้เราได้ศึกษา ครับ, เล่มหน้า ที่จะวิเคราะห์แบบกราฟเทคนิค + พื้นฐาน คงต้องรอซักระยะครับ ตอนนี้ อ่าน หนังสือ “รวยหุ้น 10 เด้ง”  ไปก่อนครับ  

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google BookmarksSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn

SET.or.th - Թ

Your Investment Resource in Thailand's Capital Market

หลักสูตรไต่บันไดเซียนหุ้น

อัตราแลกเปลี่ยน

ดัชนีหุ้น

ราคาน้ำมัน

พยากรณ์อากาศ

RSS หนังสือพิมพ์ธรุกิจ

The Krungthepturakij web site : bangkokbiznews - finance

The Krungthepturakij web site : bangkokbiznews - finance