Column K.Chui for คุณฉุยคุยเอง Bizweek นสพ. กรุงเทพธุรกิจ สำหรับวันจันทร์ ที่ 26-09-2559

ลุ้นยืนเหนือ 1,500 จุดให้แน่นๆ ก่อน

 

 

  1. คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ 7 ต่อ 3 เสียงในการประชุมเมื่อวานนี้ (21/09/2559) ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอยู่ในช่วง 0.25-0.50% ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้, แม้ว่า เฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ แต่แถลงการณ์ของเฟดได้ส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนสิ้นปีนี้ โดยระบุว่า "ปัจจัยสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดได้มีน้ำหนักมากขึ้น" นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ได้แถลงหลังสิ้นสุดการประชุมเมื่อวานนี้ว่า ตนคาดหวังที่จะเห็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ โดยเฟดยังเหลือการประชุมอีก 2 ครั้งในปีนี้ คือวันที่ 1-2 พ.ย. และ 13-14 ธ.ค. 59 ซึ่งปกติ หากมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จะมีความสัมพันธ์ผกผันกับตลาดหุ้น คือ ขึ้นอัตราดอกเบี้ย หุ้นจะตก, ลดอัตราดอกเบี้ยหุ้นจะขึ้น ดังนั้นจึงหวังว่า ให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ช้าๆหน่อยก็จะดีกว่าครับ, ดัชนีดาวโจนส์ สามารถยืนเหนือ แนวต้าน 18,250 จุดได้ เริ่มกลับตัวเป็นสัญญาณซื้อขึ้นมาอีกครั้ง นับเป็นสัญญาณบวกต่อตลาดหุ้นทั่วโลก ที่ตลาดหุ้นดาวโจนส์ หรือพี่ใหญ่อย่างสหรัฐ ดัชนีราคาหุ้นปรับเพิ่มสูงขึ้น จะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นทั่วโลกได้, การเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ของสหรัฐ จะเกิดขึ้นช่วงปลายปี ดังนั้น คาดว่า ทั้งคณะกรรมการ FOMC และผู้กุมบังเหียนเศรษฐกิจของสหรัฐน่าจะไม่ทำให้ตลาดผิดหวัง จนกว่าจะผ่านพ้นการ เลือกตั้งประธานาธิบดีเสร็จเรียบร้อยก่อน หลังจากนั้น ราคาน้ำมัน ดอกเบี้ย น่าจะเริ่มผันผวน อาจจะไตรมาส 1/60, ขณะที่ BOJ ตัดสินใจดำเนินนโยบายใหม่ ด้วยการกำหนดให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีเป็นเป้าหมายใหม่ด้านนโยบาย แทนการซื้อสินทรัพย์ขนานใหญ่ที่ดำเนินการตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและผลักดันเงินเฟ้อสู่ระดับ 2%
  2.  นักลงทุนยังได้จับตากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และรัสเซียซึ่งจะจัดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการในวันที่ 26-28 ก.ย. 59 นี้ เป็นการประชุมนอกรอบ การประชุมพลังงานระหว่างประเทศ (IEF) ที่แอลจีเรีย โดยที่ประชุมจะหารือการตรึงกำลังการผลิต เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมัน, นายนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา กล่าวว่า โอเปกและประเทศนอกกลุ่มโอเปก กำลังใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงเพื่อรักษาเสถียรภาพในตลาดน้ำมัน โดยคาดว่าจะมีการประกาศข้อตกลงภายในเดือนนี้, ด้านนายฮัสซัน โรฮานี ประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านสนับสนุนการดำเนินการที่จะรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมันโลก และผลักดันราคาขึ้น, นอกจากนี้ การสู้รบครั้งใหม่ในลิเบีย ก็ได้ทำลายความหวังที่จะมีการส่งออกน้ำมันอีกครั้ง และเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมันในวันนี้, ขณะเดียวกัน การอ่อนค่าของดอลลาร์ก็ได้เป็นปัจจัยบวกต่อตลาดเช่นกัน ดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงจะเพิ่มความน่าดึงดูดของน้ำมัน โดยทำให้สัญญาน้ำมันมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น, ทางด้าน API ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 7.5 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ถึง 2 เท่า, ส่งผลให้สัญญาราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนพ.ย. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาด NYMEX ล่าสุดอยู่ระดับ 45.65 ดอลลาร์/บาร์เรล, กราฟ Weekly ของ IQXWTI ได้สร้างรูปแบบ เป็น หัวและไหล่ล่าง (HS Bottom) จากขาลง กำลังเตรียมเปลี่ยนเป็นขาขึ้น หากราคาทะลุ 50 – 52 ดอลลาร์/บาร์เรลได้ ถ้าราคาน้ำมันดิบเป็นขาขึ้น จะส่งผลบวกต่อราคาหุ้นกลุ่มพลังงาน (น้ำมัน, ปิโตรเคมี, ถ่านหิน) ผลบวกน่าจะตกแก่ กลุ่ม PTT PTTEP TOP BANPU IVL
ค่าเงินบาทยังคงแข็งค่าอยู่ เคลื่อนไหวระดับ 34.50 – 35.00 บาท/ดอลลาร์ (ล่าสุด 34.633 บาท/ดอลลาร์) เม็ดเงินต่างชาติยังคงมีไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทยอยู่ กราฟค่าเงินบาท มีโอกาสทดสอบแนวรับ 34.50 บาท/ดอลลาร์ หากทะลุลงมา จะกลายเป็นขาลง (เงินบาทแข็งค่า) แสดงถึงเงินทุนยังคงไหลเข้าไทย ตลาดหุ้นไทยจะไปต่อ(ขึ้น) แต่ถ้าหากเมื่อไหร่เราเจอกราฟค่าเงินบาทเป็นขาขึ้น (อ่อนค่า) และหากสามารถตีผ่านแนวต้าน 35 บาท/ดอลลาร์ได้ แสดงว่า ตลาดหุ้นเริ่มใกล้จะถึงเวลาจากขาขึ้จะกลายเป็นขาลงแทน, ระยะสั้นๆ ต้องจับสัญญาณค่าเงินบาทให้ดีๆ ว่ายังเป็นขาลง อยู่หรือเปล่า (เงินบาทแข็งค่า) หากเมื่อไหร่ค่าเงินบาท สามารถตีทะลุ 35 บาท/ดอลลาร์แล้ว ให้หาจังหวะขายหุ้นลดพอร์ต น่าจะปลอดภัย

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google BookmarksSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn