"ดร.โกร่ง"ส่อง"อนาคต" ชี้พิษการเมือง"2 นครา"

สถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองต่อเนื่องมาจนถึงขณะนี้ ยังหาทางออกไม่พบ

ล่าสุด "วีรพงษ์ รามางกูร"หรือ "ดร.โกร่ง" ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ใช้โอกาสที่ได้รับเชิญเป็นองค์ปาฐกในหัวเรื่อง "อนาคตเศรษฐกิจไทย รวมทั้งทิศทางสังคม การเมือง" ในงานสังสรรค์ศิษย์เก่า "พี่น้องพาณิชย์-บัญชี ธรรมศาสตร์" จัดขึ้นที่โรงแรมเซ็นทารา แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา
 
ร่ายยาววิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน "ดร.โกร่ง" เปิดหัวเรื่องชี้ว่า เศรษฐกิจไทยจะยังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา และยุโรป ที่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างแท้จริง แม้ว่าจะมีการเพิ่มเงินเข้ามาในระบบ แต่ก็ไม่มีผลต่อตลาดโลกมากนัก โดยนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นว่าในช่วง 10 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจอเมริกาจะตกต่ำอย่างอ่อนๆ ต่อไปอีกนาน ขณะที่ยุโรปเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเช่นกันยังประสบปัญหาคนว่างงานในระดับสูง การชะลอตัวของสหรัฐ และยุโรป มีผลกับประเทศจีนด้วย ในช่วง 5 ปีข้างหน้าจีนได้ลดเป้าหมายการขยายตัวเศรษฐกิจลงจาก 8% เหลือ 5%
 
อย่างไรก็ตาม หลังเกิดน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2554 ไทยเกิดปัญหาทางการเมืองค่อนข้างรุนแรง อีกทั้งยังประสบปัญหาค่าแรงแพง แรงงานขาดแคลน เงินทุนไหลออกจากการแข็งค่าของเงินบาท การลงทุนของเอกชนหยุดชะงัก อีกทั้งความไม่แน่นอนทางการเมือง ทำให้เอกชนบางราย หันไปขยายกิจการต่างประเทศ เห็นได้จากกรณีของบริษัท ดั๊บเบิ้ลเอ ที่ได้ย้ายการลงทุนไปยังภูมิภาคยุโรปแทน
 
นอกจากนี้ความสามารถทางการแข่งขันของภาคเกษตรไทยได้ลดลงเป็นอย่างมาก แทนที่จะสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงเรื่องการผลิต แต่กลับไปใช้นโยบายประชานิยม โดยเฉพาะนโยบายที่เกี่ยวกับเรื่องจำนำต่างๆ ซึ่งข้อเท็จจริง ไม่ใช่จำนำ แต่เป็นการซื้อ เพราะถ้าจำนำต้องรับจำนำในราคาที่ต่ำกว่าตลาด เพื่อให้ผู้จำนำได้ไถ่ถอนคืน
 
เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ขัดขวางการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาคเกษตรอย่างมหาศาล
 
และในภาวะที่เอกชนไม่สามารถลงทุนได้อย่างเพียงพอ ต้องเสริมด้วยการลงทุนภาครัฐเพื่อให้เศรษฐกิจเดินต่อไปได้ แต่ขณะนี้การลงทุนหลักของภาครัฐ 2 โครงการคือการบริหารจัดการน้ำและโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท มาชดเชยการลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นได้หรือไม่เพราะกลายเป็นปัญหาทางการเมืองไปแล้ว
 
"การบริโภคในประเทศ การลงทุนภาครัฐ และการส่งออกที่ลดลง รวมทั้งหนี้สินครัวเรือนเพิ่มจากภาระผ่อนชำระรถคันแรก ขณะที่คนที่ซื้อรถไปแล้วกลับมีการคืนรถเพราะไม่สามารถผ่อนได้ถึง 15% ถือเป็นสัญญาณที่ไม่ดี แต่โชคดีที่เราได้สะสมเงินออมมา 15 ปี ยังมีทุนสำรองระหว่างประเทศกว่า 8 แสนล้านเหรียญ ส่วนสถานการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ทางการเมืองว่าจะพัฒนาไปอย่างไร หากขึ้นไปบนภูเขาแล้วมองลงมา เห็นสองกลุ่ม สองฝ่ายกำลังรบกันอยู่ ก็ต้องทำจิตให้ว่าง คิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล ผมคิดว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาตลอด 5 ปี และต่อไปข้างหน้าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ สาเหตุเกิดจากการพัฒนาการเมืองตามไม่ทันการพัฒนาเศรษฐกิจ"
 
ดร.โกร่งมองว่า ขณะนี้การพัฒนาทางเศรษฐกิจต่างจังหวัดได้รุดหน้าไปอย่างมาก หลังจาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ลดค่าเงินบาท คนต่างจังหวัดมีความเป็นอยู่ดีขึ้น มีมาตรฐานชีวิตเหมือนคนในกรุงเทพฯ ครัวเรือนมีรถปิกอัพใช้ถึง 80% จากการที่ราคาพืชผลทางการเกษตรปรับตัวดี ส่งออกสินค้าเกษตรได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่าไปถึง 50 บาทเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้คนในกรุงเทพฯไม่รู้ ยังมีทัศนคติว่าคนต่างจังหวัดยังโง่ อีกทั้งยังมีความคิดว่า คนต่างจังหวัดตั้งรัฐบาล คนกรุงเทพฯล้มรัฐบาล แต่หารู้ไหมว่าต่างจังหวัดได้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่จะมีส่วนร่วมในการปกครอง รวมทั้งมีส่วนในการตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ
 
ดร.วีรพงษ์ชี้ว่าเมื่อเป็นเช่นนี้จึงเกิดปรากฏการณ์ "2 นคราประชาธิปไตย" หรือ "รัฐซ้อนรัฐ" ขึ้น กล่าวคือ ประชาชนต่างจังหวัด ลงคะแนนเสียงให้กับพรรครัฐบาล แต่คนในเมืองและคนกรุงเทพฯลงคะแนนเสียงให้พรรคฝ่ายค้าน ซึ่งโดยธรรมชาติของคนในเมืองหรือคนชั้นสูง ไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพฯ โดยคนในเมืองไม่ว่าที่ไหน มีพฤติกรรมการลงคะแนน หรือทัศนคติเรื่องชนชั้นเหมือนคนในกรุงเทพฯ แต่หากออกนอกเขตเมืองความคิดเห็นจะเป็นอีกแบบ
 
ดังนั้น จึงเกิดการแบ่งฝ่าย โดยฝ่ายคนชั้นสูง คนในเมือง ซึ่งมีอำนาจรัฐมาแต่เดิม ก็อาศัยการปฏิวัติให้ทหารมาเปลี่ยนกฎเกณฑ์ เป็นเครื่องมือต่างๆ ซึ่งมีทัศนคติไปอีกอย่าง โดยสิ่งที่นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพูดเป็นทัศนคติของคนกรุงเทพฯอย่างแท้จริง และเป็นทัศนคติของอารมณ์ โดยสถานการณ์ในขณะนี้ จึงเป็นเรื่องของอารมณ์ ไม่ใช่เหตุผล เป็นเรื่องของอารมณ์ของคนไม่ชอบหน้า คนที่เกลียดกัน หรือถ้าพูดในมิตินักวิชาการทางสังคมคือมีความรู้สึกในเรื่องชนชั้นสูงมาก
 
เราจะเห็นการต่อสู้กันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นตัวแทนของคนในสังคมชั้นสูง กับรัฐสภาซึ่งเสียงส่วนใหญ่มาจากต่างจังหวัดที่อยู่นอกเขตเมือง ซึ่งสถานการณ์ความปั่นป่วนลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยที่เดียว แต่เป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับหลายประเทศ ในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนแปลงของสังคมและการเมือง เช่น ที่เคยเกิดขึ้นในประเทศอังกฤษเมื่อ 300 ปีก่อน หรือที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศส
 
"ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้น เพราะเราไม่ได้เตรียมการมาก่อน ที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วนจะเกิดการปรองดอง หรือจะเกิดการประนีประนอมกันหรือไม่ เท่าที่ฟังดูคงจะไม่เกิด และการที่องค์กรอิสระ ซึ่งสนับสนุนโดยคนเมืองกรุง กับรัฐสภา ซึ่งรวมทั้งสภาผู้แทนราษฎร และสภาสูง หรือวุฒิสภา ไม่ยอมลดราวาศอกกัน ทำให้ขณะนี้เกิดทางตัน โดยทางฝ่ายองค์กรอิสระ ไม่ยอมรับมติของรัฐสภาว่าชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ ส่วนทางฝ่ายรัฐสภาไม่ยอมรับ ฝ่ายตุลาการเพราะเห็นว่าตุลาการทำเกินอำนาจ ที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ เกิดการชักเย่อกัน"
 
เหตุการณ์เช่นนี้ส่วนมากจะจบลงด้วยการปฏิวัติ รัฐประหาร แต่ก็จะเป็นการจบลงชั่วคราว ซึ่งคราวนี้หากเกิดขึ้นอีก ไม่แน่ว่าอนาคต 10 ปีข้างหน้าของเราจะเป็นอย่างไร เพราะเมื่อมีการชุมนุมโดยใช้อารมณ์แทนเหตุผล จะไม่มีทางนำไปสู่แนวทางที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ จึงไม่สามารถทำนายผลข้างหน้าได้
 
แต่แน่นอนสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งมีผลกระทบอย่างมหาศาล โดยโครงการของรัฐบาลที่เตรียมการมาสองปี คงไม่ได้ดำเนินการ ขณะที่ภาคเอกชนไม่สามารถลงทุนได้ และเงินทุนเริ่มไหลออกไปลงทุนข้างนอก
 
"ขอชมผู้พิพากษาของศาลโลกที่เขียนคำพิพากษาในเรื่องเขาพระวิหาร ให้คู่กรณีมีความสุขทั้งสองฝ่าย แต่ของเรากลับมีความทุกข์ทั้งสองฝ่าย" ดร.โกร่งกล่าวทิ้งท้าย

ที่มา มติชน ออนไลน์ 

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google BookmarksSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn

SET.or.th - Թ

Your Investment Resource in Thailand's Capital Market

หลักสูตรไต่บันไดเซียนหุ้น

อัตราแลกเปลี่ยน

ดัชนีหุ้น

ราคาน้ำมัน

พยากรณ์อากาศ

RSS หนังสือพิมพ์ธรุกิจ

The Krungthepturakij web site : bangkokbiznews - finance

The Krungthepturakij web site : bangkokbiznews - finance